<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สารดูดความชื้น Silicathai.com</title>
	<atom:link href="http://www.silicathai.com/blog/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.silicathai.com/blog</link>
	<description>จำหน่ายเคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์สารดูดความชื้นซิลิก้าเจล (Silica Gel), ทรายอบดอกไม้ (Silica Gel Powder), ทรายแมว (Kat Crystals Cat Litter), กาวตะปู (Maxbond)</description>
	<lastBuildDate>Sun, 04 Apr 2010 02:01:20 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>สารดูดความชื้น-silicathai.com</title>
		<link>http://www.silicathai.com/blog/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99-silicathai-com.html</link>
		<comments>http://www.silicathai.com/blog/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99-silicathai-com.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 31 Mar 2010 13:21:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[สารดูดความชื้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.silicathai.com/blog/?p=5</guid>
		<description><![CDATA[สารดูดความชื้น ได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมหลายประเภท  เพื่อรักษาสภาพสินค้าให้คงสภาพเดิมจากโรงงานผลิต จนถึงมือลูกค้า  สินค้าประเภทอาหารและอื่นๆ  มีความเสี่ยงต่อความเสียหายจากความชื้นสูงหากไม่มีการป้องกัน
ความชื้นสร้างเสียหายอย่างไร 
ความชื้นในอากาศทั้งภายนอกทั่วไปหรือในวัสดุหีบห่อที่บรรจุสินค้า  จะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง ดังนั้น การขนส่งสินค้าจาก  โรงงานไปยังลูกค้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งออกนอกประเทศ  หีบห่อที่บรรจุสินค้าจะต้องสัมผัสกับอุณหภูมิที่แตกต่างกันตลอดเวลา  จากปัจจัยต่างๆเช่น กลางวัน กลางคืน เขตอากาศร้อน หนาว อากาศภายนอก  อากาศในห้องปรับอากาศ จึงมีความเสี่ยงที่ความชื้นในหีบห่อที่บรรจุ  สินค้าจะกลั่นตัวเป็นน้ำและสร้างความเสียหาย ให้แก่สินค้าได้  ความชื้นที่เปอร์เซ็นต์ยิ่งสูงมากการกลั่นตัวจะเร็วขึ้น
สินค้า 
ข้อดีของสารจากธรรมชาติ 
นอกจากไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสภาพแวดล้อมแล้วยังใช้ความเป็นธรรมชาติในตัว สร้างประสิทธิภาพ  ในการดูดและเก็บกักความชื้นได้มากกว่าสารดูดความชื้นที่สังเคราะห์จากเคมี  ความเป็นรูพรุน นับล้านในแต่ละอนูของดินไดอะตอเมเชียล เอิธ์ท  จะสามารถดูดซับและกักเก็บน้ำไว้ได้มากมาย อย่างน่าอัศจรรย์
ลักษณะการใช้งาน 
ลักษณะการใช้งานแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะ คือ
 1 ใส่ซองสารดูดความชื้นในซองเดียวกับสินค้า 
 การใช้ในลักษณะนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ  เนื่องจากซองสารดูดความชื้นสัมผัสโดยตรง <a href="http://www.silicathai.com/blog/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99-silicathai-com.html" class="more-link">More &#62;</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-family: arial;"><strong><a title="สารดูดความชื้น" href="http://www.silicathai.com/home.html">สารดูดความชื้น</a> </strong>ได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมหลายประเภท  เพื่อรักษาสภาพสินค้าให้คงสภาพเดิมจากโรงงานผลิต จนถึงมือลูกค้า  สินค้าประเภทอาหารและอื่นๆ  มีความเสี่ยงต่อความเสียหายจากความชื้นสูงหากไม่มีการป้องกัน</span></p>
<p><strong>ความชื้นสร้างเสียหายอย่างไร </strong><br />
ความชื้นในอากาศทั้งภายนอกทั่วไปหรือในวัสดุหีบห่อที่บรรจุสินค้า  จะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง ดังนั้น การขนส่งสินค้าจาก  โรงงานไปยังลูกค้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งออกนอกประเทศ  หีบห่อที่บรรจุสินค้าจะต้องสัมผัสกับอุณหภูมิที่แตกต่างกันตลอดเวลา  จากปัจจัยต่างๆเช่น กลางวัน กลางคืน เขตอากาศร้อน หนาว อากาศภายนอก  อากาศในห้องปรับอากาศ จึงมีความเสี่ยงที่ความชื้นในหีบห่อที่บรรจุ  สินค้าจะกลั่นตัวเป็นน้ำและสร้างความเสียหาย ให้แก่สินค้าได้  ความชื้นที่เปอร์เซ็นต์ยิ่งสูงมากการกลั่นตัวจะเร็วขึ้น</p>
<p><strong>สินค้า </strong><br />
<strong>ข้อดีของสารจากธรรมชาติ </strong><br />
นอกจากไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสภาพแวดล้อมแล้วยังใช้ความเป็นธรรมชาติในตัว สร้างประสิทธิภาพ  ในการดูดและเก็บกักความชื้นได้มากกว่าสารดูดความชื้นที่สังเคราะห์จากเคมี  ความเป็นรูพรุน นับล้านในแต่ละอนูของดินไดอะตอเมเชียล เอิธ์ท  จะสามารถดูดซับและกักเก็บน้ำไว้ได้มากมาย อย่างน่าอัศจรรย์</p>
<p><strong>ลักษณะการใช้งาน </strong><br />
ลักษณะการใช้งานแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะ คือ</p>
<p><strong> 1 ใส่ซองสารดูดความชื้นในซองเดียวกับสินค้า </strong><br />
<strong> </strong>การใช้ในลักษณะนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ  เนื่องจากซองสารดูดความชื้นสัมผัสโดยตรง  กับสินค้าการใช้ลักษณะนี้ควรจะปฏิบัติดังต่อไปนี้<br />
1.1 เลือกชนิดสารดูดความชื้นที่ผลิตจากธรรมชาติ  และไม่เป็นอันตรายหากบริโภคเข้าไป<br />
1.2  เลือกซื้อกับผู้ขายที่มีโรงงานแบ่งบรรจุที่ได้มาตรฐานเพื่อป้องกันซองแตก รั่ว<br />
1.3 เลือกสินค้าที่ไม่มีสารแคลเซี่ยมคลอไรด์ผสม  เพราะแคลเซี่ยมคลอไรด์จะละลาย และซึมออกจากซองไปปนเปื้อนกับสินค้า</p>
<p><strong>2. ใส่ซองสารดูดความชื้น</strong>นอกซองบรรจุสินค้าและแพ็คทั้งซองสินค้าและ  ซองสารดูดความชื้นในห่อเดียวกันการใช้งานลักษณะนี้จะให้ความปลอดภัยกับสินค้ามากกว่าเนื่องจาก  ไม่มีการสัมผัสโดยตรงกับสินค้า  ข้อแนะนำในการเลือกใช้ชนิดของสารดูดความชื้นคือ  ใช้สารดูดความชื้นที่มีความสามารถ  ในการดูดความชื้นสูงที่สุดแต่ต้องไม่มีสารแคลเซี่ยมคลอไรด์ผสมอยู่  เนื่องจากเมื่อแคลเซี่ยมคลอไรด์  ละลายแล้วจะออกฤทธิ์กัดกร่อนและซึมผ่านเข้าไปทำความเสียหายให้กับสินค้าได้</p>
<p><strong> 3. ใส่ซองสารดูดความชื้นในตู้คอนเทนเนอร์ </strong>หลังจากบรรจุสินค้าแล้ว<br />
การใช้ลักษณะนี้เพื่อป้องกันหีบห่อภายนอกไม่ให้เปียกจากน้ำที่กลั่นตัว  จากความชื้นภายใน ตู้คอนเทนเนอร์ ข้อแนะนำในการใช้คือ ใช้ขนาด 1 กิโลกรัม  บรรจุถุงผ้า หรือ 200 กรัม บรรจุซองวันเวย์ และแขวนไว้ให้ทั่วทั้งตู้ 1 ตู้  20 ฟุตควรใช้ ปริมาณ 20 กิโลกรัม<br />
ปริมาณการใช้ที่เหมาะสม</p>
<p>เนื่องจากสารดูดความชื้นแต่ละชนิดมีลักษณะการทำงานที่แตกต่างกัน  ประสิทธิภาพแตกต่างกัน  และการบรรจุสินค้าแต่ละชนิดใช้วัสดุและวิธีการบรรจุที่แตกต่างกัน  ตลอดจนจุดที่บรรจุสินค้า และเส้นทาง  การส่งสินค้าของผู้ใช้ล้วนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง  ปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นมีผลต่อ การคำนวณ  ปริมาณที่เหมาะสมของสารดูดความชื้นที่จะใช้กับสินค้าทั้งสิ้น  ดังนั้นผู้ขายที่มี มาตรฐานจะสามารถคำนวณปริมาณให้ได้อย่างเหมาะสม  ผู้ใช้ควรปรึกษาผู้ขายที่มีความชำนาญ ด้านสารดูดความชื้น  หรือผู้ขายสารดูดความชื้นโดยเฉพาะ</p>
<p><strong>ควรใช้สารดูดความชื้นแบบใด </strong><br />
ปัจจุบันสารดูดความชื้นที่ผลิตจากธรรมชาติได้รับความสนใจและใชักันมากขึ้น  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในอุตสาหกรรมอาหาร  ส่วนหนึ่งเนื่องจากลูกค้าของผู้ผลิตสินค้าขอให้เปลี่ยนจากสารดูดความชื้น  ซิลิก้า เจล และ แคลเซี่ยมอ๊อกไซด์เป็นสารจากธรรมชาติ  อีกส่วนหนึ่งใช้เพราะคำนึงถึง สภาพแวดล้อม  ผู้ใช้สารดูดความชื้นจากธรรมชาติหลายรายพบว่า การใส่สารดูดความชื้นที่ผลิต  จากธรรมชาตินอกจากจะให้ประสิทธิภาพที่สูงกว่า ปลอดภัยกว่าแล้ว  ยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ให้กับสินค้าอีกด้วย  ด้วยเหตุผลนี้ในปัจจุบันผู้ผลิตอาหารมากกว่า 60% ใช้สารดูดความชื้น  ที่ผลิตจากธรรมชาติแทนการใช้ ซิลิก้า เจล และ แคลเซี่ยมอ๊อกไซด์และในอนาคต  ความต้องการ สารดูดความชื้นที่ผลิตจากธรรมชาติจะมากขึ้น  ในขณะที่ความต้องการของ ซิลิก้า เจล และ แคลเซี่ยม อ็อกไซด์จะลดลงจนหมดไป</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.silicathai.com/blog/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99-silicathai-com.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทำไมถึงมีสารดูดความชื้นอยู่ในซองอาหาร</title>
		<link>http://www.silicathai.com/blog/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99.html</link>
		<comments>http://www.silicathai.com/blog/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 09 Mar 2010 10:39:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[สารดูดความชื้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.silicathai.com/blog/?p=1</guid>
		<description><![CDATA[ทำไม ? ในซองขนม  กระป๋องลูกอมหรือถุงอาหารรับประทานเล่นถึงมี“สารดูดความชื้น” อยู่ในนั้น
โดยทั่วไปมักพบ “สารดูดความชื้น”  ในหีบห่อสินค้า หรืออาหารประเภทขนมบรรจุห่อสารดูดความชื้นนั้นมีหลายประเภท  แต่ที่นิยมให้กันมากคือ “ซิลิก้าเจล” ซึ่งสกัดจากทรายขาวผสมกรดกำมะถัน  มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า ซิลิกอนไดออกไซด์ มีลักษณะเป็นเม็ดกลม มีหลายสี


 “ความชื้น” นั้นก่อปัญหาให้แก่สินค้าหลายประเภท เช่น
  “ยา” หากได้ความชื้นจะทำให้มีคุณสมบัติเปลี่ยนไป
 “เฟอร์นิเจอร์เครื่องหนัง” เมื่อได้รับความชื้นจะทำให้เสียรูปทรง และทำให้เกิดเชื้อราได้ง่าย
 “อาหาร” ที่ต้องการรักษาสภาพความกรอบหากได้รับความชื้นคุณสมบัติข้อนี้จะสูญเสียไป
ทั้งนี้แม้ “สารดูดความชื้น” จะมีประโยชน์แก่อุตสาหกรรมหลายประเภท  แต่ผู้ที่ใช้สารดูดความชื้นนี้กับสินค้าของตน  ก็ต้องบรรจุสารดูดความชื้นในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิท และต้องมีข้อความแสดงว่า “ห้ามรับประทาน” ปรากฏอยู่ด้วย แม้จะมีข้อความห้ามรับประทานระบุไว้ ผู้บริโภคก็ยังต้องพึงระวัง  เนื่องจากผู้บริโภคที่เป็นเด็กเล็ก ๆ มักจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์  โดยอาจลองรับประทานหรือนำมาเล่น โดยไม่รู้ถึงพิษภัยที่จะเกิดขึ้น

 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)  ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ปกครองรายหนึ่งซึ่งบุตรของผู้ร้องเรียนวัยเพียง ขวบเศษถูก “สารดูดความชื้น” ที่เด็กแถวบ้านนำซอง“สารดูดความชื้น” <a href="http://www.silicathai.com/blog/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99.html" class="more-link">More &#62;</a>]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-family: MS Sans Serif; font-size: x-small;"><span style="color: black;"><span style="font-size: small;"><strong><span style="color: #0000ff;">ทำไม ? ในซองขนม  กระป๋องลูกอมหรือถุงอาหารรับประทานเล่นถึงมี“สารดูดความชื้น” อยู่ในนั้น</span></strong></span></span></span></p>
<p><span style="color: #ff00ff;">โดยทั่วไปมักพบ “<strong><a title="สารดูดความชื้น" href="http://www.silicathai.com/home.html" target="_blank">สารดูดความชื้น</a></strong>”  ในหีบห่อสินค้า หรืออาหารประเภทขนมบรรจุห่อสารดูดความชื้นนั้นมีหลายประเภท  แต่ที่นิยมให้กันมากคือ “<a title="สารดูดความชื้น" href="http://www.silicathai.com/home.html">ซิลิก้าเจล</a>” ซึ่งสกัดจากทรายขาวผสมกรดกำมะถัน  มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า ซิลิกอนไดออกไซด์ มีลักษณะเป็นเม็ดกลม มีหลายสี<br />
</span><br />
<span style="font-size: small;"><span style="color: #008000;"><br />
<span style="color: #ff6600;"> “ความชื้น”</span> นั้นก่อปัญหาให้แก่สินค้าหลายประเภท เช่น</span></span></p>
<p><span style="color: #800080;"> </span><span style="color: #ff0000;"> “ยา”</span> หากได้ความชื้นจะทำให้มีคุณสมบัติเปลี่ยนไป</p>
<p><span style="color: #ff6600;"> “เฟอร์นิเจอร์เครื่องหนัง”</span> เมื่อได้รับความชื้นจะทำให้เสียรูปทรง และทำให้เกิดเชื้อราได้ง่าย</p>
<p><span style="color: #ff0000;"> “อาหาร”</span> ที่ต้องการรักษาสภาพความกรอบหากได้รับความชื้นคุณสมบัติข้อนี้จะสูญเสียไป</p>
<p>ทั้งนี้แม้ “สารดูดความชื้น” จะมีประโยชน์แก่อุตสาหกรรมหลายประเภท  แต่ผู้ที่ใช้สารดูดความชื้นนี้กับสินค้าของตน  ก็ต้องบรรจุสารดูดความชื้นในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิท และ<span style="color: #0000ff;"><span style="color: #ff00ff;">ต้องมีข้อความแสดงว่า “ห้ามรับประทาน” </span><span style="color: #ff00ff;">ปรากฏอยู</span></span><span style="color: #ff00ff;">่ด้วย</span> แม้จะมีข้อความห้ามรับประทานระบุไว้ ผู้<span style="font-size: small;"><span style="color: #ff00ff;"><strong>บริโภคก็ยังต้องพึงระวัง  เนื่องจากผู้บริโภคที่เป็นเด็กเล็ก ๆ มักจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์  โดยอาจลองรับประทานหรือนำมาเล่น โดยไม่รู้ถึงพิษภัยที่จะเกิดขึ้น<br />
</strong><br />
</span> สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)  ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ปกครองรายหนึ่งซึ่งบุตรของผู้ร้องเรียนวัยเพียง ขวบเศษถูก<span style="color: #ff00ff;"> <strong>“</strong></span></span><span style="font-family: MS Sans Serif; font-size: x-small;"><span style="color: black;"><span style="font-size: small;"><span style="color: #ff00ff;"><strong><a title="สารดูดความชื้น" href="../../home.html" target="_blank">สารดูดความชื้น</a></strong></span></span></span></span><span style="font-family: MS Sans Serif; font-size: x-small;"><span style="color: black;"><span style="font-size: small;"><span style="color: #ff00ff;"><strong>”</strong></span> ที่เด็กแถวบ้านนำซอง<span style="color: #0000ff;"><strong>“</strong></span></span></span></span><span style="font-family: MS Sans Serif; font-size: x-small;"><span style="color: black;"><span style="font-size: small;"><span style="color: #ff00ff;"><strong><a title="สารดูดความชื้น" href="../../home.html" target="_blank">สารดูดความชื้น</a></strong></span></span></span></span><span style="font-family: MS Sans Serif; font-size: x-small;"><span style="color: black;"><span style="font-size: small;"><span style="color: #0000ff;"><strong>”</strong></span> ที่อยู่ในถุงขนมมาปาเล่นกัน แล้วซองบรรจุสารดูดความชื้นแตก “ซิลิก้า  เจล”ที่บรรจุในซองกระเด็นเข้าไปในตาของบุตร  ผู้ร้องเรียนซึ่งนั่งเล่นอยู่ที่บริเวณใกล้เคียง  เด็กน้อยร้องไห้และเจ็บนัยน์ตามาก เมื่อไปพบแพทย์  แพทย์แจ้งว่าตาข้างที่ถูกสารดูดความชื้นกระเด็นเข้าไปนั้นบอดไม่สามารถรักษา ได้ทันโดยแพทย์ชี้แจงในเบื้องต้นว่า<strong><span style="color: #0000ff;"> “</span></strong></span></span></span><span style="font-family: MS Sans Serif; font-size: x-small;"><span style="color: black;"><span style="font-size: small;"><span style="color: #ff00ff;"><strong><a title="สารดูดความชื้น" href="../../home.html" target="_blank">สารดูดความชื้น</a></strong></span></span></span></span><span style="font-family: MS Sans Serif; font-size: x-small;"><span style="color: black;"><span style="font-size: small;"><strong><span style="color: #0000ff;">”</span></strong> นั้นเข้าไปทำปฏิกิริยากับดวงตา  (โดยในตาจะมีนา หล่อเลี้ยง)  เป็นผลให้ตาข้างซ้ายบอดความเสียหายที่เกิดขึ้นในกรณีนี้จัดว่ารุนแรงมากใน ขณะที่สังคมไม่ได้ให้ความสำคัญหรือมีการเตือนภัยที่รัดกุมกว่านี้</span></span></span></p>
<p><strong><span style="font-family: MS Sans Serif; font-size: x-small;"><span style="color: black;">แหล่งที่มา <a title="สคบ." href="http://www.ocpb.go.th">สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) </a></span></span></strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.silicathai.com/blog/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

