สารดูดความชื้น Silicathai.com

จำหน่ายเคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์สารดูดความชื้นซิลิก้าเจล (Silica Gel), ทรายอบดอกไม้ (Silica Gel Powder), ทรายแมว (Kat Crystals Cat Litter), กาวตะปู (Maxbond)

Follow me on TwitterRSS Feeds

  • Home
  • About

สารดูดความชื้น-silicathai.com

Mar 31st

Posted by admin in สาระน่ารู้

No comments

สารดูดความชื้น ได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมหลายประเภท เพื่อรักษาสภาพสินค้าให้คงสภาพเดิมจากโรงงานผลิต จนถึงมือลูกค้า สินค้าประเภทอาหารและอื่นๆ มีความเสี่ยงต่อความเสียหายจากความชื้นสูงหากไม่มีการป้องกัน

ความชื้นสร้างเสียหายอย่างไร
ความชื้นในอากาศทั้งภายนอกทั่วไปหรือในวัสดุหีบห่อที่บรรจุสินค้า จะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลง ดังนั้น การขนส่งสินค้าจาก โรงงานไปยังลูกค้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งออกนอกประเทศ หีบห่อที่บรรจุสินค้าจะต้องสัมผัสกับอุณหภูมิที่แตกต่างกันตลอดเวลา จากปัจจัยต่างๆเช่น กลางวัน กลางคืน เขตอากาศร้อน หนาว อากาศภายนอก อากาศในห้องปรับอากาศ จึงมีความเสี่ยงที่ความชื้นในหีบห่อที่บรรจุ สินค้าจะกลั่นตัวเป็นน้ำและสร้างความเสียหาย ให้แก่สินค้าได้ ความชื้นที่เปอร์เซ็นต์ยิ่งสูงมากการกลั่นตัวจะเร็วขึ้น

สินค้า
ข้อดีของสารจากธรรมชาติ
นอกจากไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสภาพแวดล้อมแล้วยังใช้ความเป็นธรรมชาติในตัว สร้างประสิทธิภาพ ในการดูดและเก็บกักความชื้นได้มากกว่าสารดูดความชื้นที่สังเคราะห์จากเคมี ความเป็นรูพรุน นับล้านในแต่ละอนูของดินไดอะตอเมเชียล เอิธ์ท จะสามารถดูดซับและกักเก็บน้ำไว้ได้มากมาย อย่างน่าอัศจรรย์

ลักษณะการใช้งาน
ลักษณะการใช้งานแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะ คือ

1 ใส่ซองสารดูดความชื้นในซองเดียวกับสินค้า
การใช้ในลักษณะนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากซองสารดูดความชื้นสัมผัสโดยตรง กับสินค้าการใช้ลักษณะนี้ควรจะปฏิบัติดังต่อไปนี้
1.1 เลือกชนิดสารดูดความชื้นที่ผลิตจากธรรมชาติ และไม่เป็นอันตรายหากบริโภคเข้าไป
1.2 เลือกซื้อกับผู้ขายที่มีโรงงานแบ่งบรรจุที่ได้มาตรฐานเพื่อป้องกันซองแตก รั่ว
1.3 เลือกสินค้าที่ไม่มีสารแคลเซี่ยมคลอไรด์ผสม เพราะแคลเซี่ยมคลอไรด์จะละลาย และซึมออกจากซองไปปนเปื้อนกับสินค้า

2. ใส่ซองสารดูดความชื้นนอกซองบรรจุสินค้าและแพ็คทั้งซองสินค้าและ ซองสารดูดความชื้นในห่อเดียวกันการใช้งานลักษณะนี้จะให้ความปลอดภัยกับสินค้ามากกว่าเนื่องจาก ไม่มีการสัมผัสโดยตรงกับสินค้า ข้อแนะนำในการเลือกใช้ชนิดของสารดูดความชื้นคือ ใช้สารดูดความชื้นที่มีความสามารถ ในการดูดความชื้นสูงที่สุดแต่ต้องไม่มีสารแคลเซี่ยมคลอไรด์ผสมอยู่ เนื่องจากเมื่อแคลเซี่ยมคลอไรด์ ละลายแล้วจะออกฤทธิ์กัดกร่อนและซึมผ่านเข้าไปทำความเสียหายให้กับสินค้าได้

3. ใส่ซองสารดูดความชื้นในตู้คอนเทนเนอร์ หลังจากบรรจุสินค้าแล้ว
การใช้ลักษณะนี้เพื่อป้องกันหีบห่อภายนอกไม่ให้เปียกจากน้ำที่กลั่นตัว จากความชื้นภายใน ตู้คอนเทนเนอร์ ข้อแนะนำในการใช้คือ ใช้ขนาด 1 กิโลกรัม บรรจุถุงผ้า หรือ 200 กรัม บรรจุซองวันเวย์ และแขวนไว้ให้ทั่วทั้งตู้ 1 ตู้ 20 ฟุตควรใช้ ปริมาณ 20 กิโลกรัม
ปริมาณการใช้ที่เหมาะสม

เนื่องจากสารดูดความชื้นแต่ละชนิดมีลักษณะการทำงานที่แตกต่างกัน ประสิทธิภาพแตกต่างกัน และการบรรจุสินค้าแต่ละชนิดใช้วัสดุและวิธีการบรรจุที่แตกต่างกัน ตลอดจนจุดที่บรรจุสินค้า และเส้นทาง การส่งสินค้าของผู้ใช้ล้วนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นมีผลต่อ การคำนวณ ปริมาณที่เหมาะสมของสารดูดความชื้นที่จะใช้กับสินค้าทั้งสิ้น ดังนั้นผู้ขายที่มี มาตรฐานจะสามารถคำนวณปริมาณให้ได้อย่างเหมาะสม ผู้ใช้ควรปรึกษาผู้ขายที่มีความชำนาญ ด้านสารดูดความชื้น หรือผู้ขายสารดูดความชื้นโดยเฉพาะ

ควรใช้สารดูดความชื้นแบบใด
ปัจจุบันสารดูดความชื้นที่ผลิตจากธรรมชาติได้รับความสนใจและใชักันมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในอุตสาหกรรมอาหาร ส่วนหนึ่งเนื่องจากลูกค้าของผู้ผลิตสินค้าขอให้เปลี่ยนจากสารดูดความชื้น ซิลิก้า เจล และ แคลเซี่ยมอ๊อกไซด์เป็นสารจากธรรมชาติ อีกส่วนหนึ่งใช้เพราะคำนึงถึง สภาพแวดล้อม ผู้ใช้สารดูดความชื้นจากธรรมชาติหลายรายพบว่า การใส่สารดูดความชื้นที่ผลิต จากธรรมชาตินอกจากจะให้ประสิทธิภาพที่สูงกว่า ปลอดภัยกว่าแล้ว ยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ให้กับสินค้าอีกด้วย ด้วยเหตุผลนี้ในปัจจุบันผู้ผลิตอาหารมากกว่า 60% ใช้สารดูดความชื้น ที่ผลิตจากธรรมชาติแทนการใช้ ซิลิก้า เจล และ แคลเซี่ยมอ๊อกไซด์และในอนาคต ความต้องการ สารดูดความชื้นที่ผลิตจากธรรมชาติจะมากขึ้น ในขณะที่ความต้องการของ ซิลิก้า เจล และ แคลเซี่ยม อ็อกไซด์จะลดลงจนหมดไป

สารดูดความชื้น

ทำไมถึงมีสารดูดความชื้นอยู่ในซองอาหาร

Mar 9th

Posted by admin in สาระน่ารู้

1 comment

ทำไม ? ในซองขนม กระป๋องลูกอมหรือถุงอาหารรับประทานเล่นถึงมี“สารดูดความชื้น” อยู่ในนั้น

โดยทั่วไปมักพบ “สารดูดความชื้น” ในหีบห่อสินค้า หรืออาหารประเภทขนมบรรจุห่อสารดูดความชื้นนั้นมีหลายประเภท แต่ที่นิยมให้กันมากคือ “ซิลิก้าเจล” ซึ่งสกัดจากทรายขาวผสมกรดกำมะถัน มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า ซิลิกอนไดออกไซด์ มีลักษณะเป็นเม็ดกลม มีหลายสี


“ความชื้น” นั้นก่อปัญหาให้แก่สินค้าหลายประเภท เช่น

“ยา” หากได้ความชื้นจะทำให้มีคุณสมบัติเปลี่ยนไป

“เฟอร์นิเจอร์เครื่องหนัง” เมื่อได้รับความชื้นจะทำให้เสียรูปทรง และทำให้เกิดเชื้อราได้ง่าย

“อาหาร” ที่ต้องการรักษาสภาพความกรอบหากได้รับความชื้นคุณสมบัติข้อนี้จะสูญเสียไป

ทั้งนี้แม้ “สารดูดความชื้น” จะมีประโยชน์แก่อุตสาหกรรมหลายประเภท แต่ผู้ที่ใช้สารดูดความชื้นนี้กับสินค้าของตน ก็ต้องบรรจุสารดูดความชื้นในบรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิท และต้องมีข้อความแสดงว่า “ห้ามรับประทาน” ปรากฏอยู่ด้วย แม้จะมีข้อความห้ามรับประทานระบุไว้ ผู้บริโภคก็ยังต้องพึงระวัง เนื่องจากผู้บริโภคที่เป็นเด็กเล็ก ๆ มักจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยอาจลองรับประทานหรือนำมาเล่น โดยไม่รู้ถึงพิษภัยที่จะเกิดขึ้น

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ปกครองรายหนึ่งซึ่งบุตรของผู้ร้องเรียนวัยเพียง ขวบเศษถูก “
สารดูดความชื้น” ที่เด็กแถวบ้านนำซอง“สารดูดความชื้น” ที่อยู่ในถุงขนมมาปาเล่นกัน แล้วซองบรรจุสารดูดความชื้นแตก “ซิลิก้า เจล”ที่บรรจุในซองกระเด็นเข้าไปในตาของบุตร ผู้ร้องเรียนซึ่งนั่งเล่นอยู่ที่บริเวณใกล้เคียง เด็กน้อยร้องไห้และเจ็บนัยน์ตามาก เมื่อไปพบแพทย์ แพทย์แจ้งว่าตาข้างที่ถูกสารดูดความชื้นกระเด็นเข้าไปนั้นบอดไม่สามารถรักษา ได้ทันโดยแพทย์ชี้แจงในเบื้องต้นว่า “สารดูดความชื้น” นั้นเข้าไปทำปฏิกิริยากับดวงตา (โดยในตาจะมีนา หล่อเลี้ยง) เป็นผลให้ตาข้างซ้ายบอดความเสียหายที่เกิดขึ้นในกรณีนี้จัดว่ารุนแรงมากใน ขณะที่สังคมไม่ได้ให้ความสำคัญหรือมีการเตือนภัยที่รัดกุมกว่านี้

แหล่งที่มา สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)

สารดูดความชื้น
  • Pages

    • About
  • Recent Posts

    • สารดูดความชื้น-silicathai.com
    • ทำไมถึงมีสารดูดความชื้นอยู่ในซองอาหาร
  • Link Exchange

    • สารดูดความชื้น
  • Translator

  • Categories

    • สาระน่ารู้
  • My latest tweets

    Loading tweets...
    Follow me on Twitter!
  • Tags

    สารดูดความชื้น
Mystique theme by digitalnature | Powered by WordPress
RSS Feeds XHTML 1.1 Top